วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ติ่ง มัลลิกาผู้หญิงที่น่าเกลียดที่สุด
เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เดินทางเข้าพบนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์ให้สอบสวนและดำเนินคดีอาญา น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กรณีที่มีการโพสต์รูปภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขณะเดินทางไปอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมาและได้ถ่ายภาพคู่กับป้ายอุทยานแห่งชาติกุยบุรีไว้เป็นที่ระลึกโดยมีภาพปรากฏในเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ของ น.ส.มัลลิกา โดยป้ายชมวิวตามที่โพสต์นั้นมีคำว่า “เสือ สิงห์ กระทิง” และมีภาพนายกรัฐมนตรียืนข้างป้าย ซึ่งเป็นข้อความที่คลาดเคลื่อนและไม่ตรงกับความเป็นจริงของอุทยานฯ เพราะข้อความเดิมเป็นป้ายที่เขียนข้อความว่าจุดชมวิว “ช้างป่า กระทิง กุยบุรี” สร้างความเสื่อมเสียกับนายกฯที่เป็นผู้นำประเทศ เห็นว่าเข้าข่ายความผิดม. 14 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ว่าด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไมวาจะทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและประชาชนและเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือขอมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และอาจเข้าข่าย ม.16 เกี่ยวกับการตัดต่อและทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียง
เมื่อถามว่าเหตุใดจึงไม่ไปยื่นเรื่องให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.) นายวิญญัติ กล่าวว่า เพราะนายกฯเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งหน้าที่สำคัญในประเทศ และกฎหมายดีเอสไอมีอำนาจหน้าที่ ตนมองว่าดีเอสไอมีศักยภาพที่จะดำเนินการได้ ส่วนตนไม่ได้ประสงค์ที่จะเอาผิดไปถึงผู้ที่กดไลค์ แต่ในส่วนที่กดแชร์ภาพนั้นตนก็ขอให้ดีเอสไอตรวจสอบทั้งหมดด้วย
ด้านนายธาริต กล่าวว่าตนได้สั่งการให้คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษทันที เนื่องจากเป็นความผิดตามพ.ร.บ.แนบท้ายการสอบสวนคดีพิเศษ ตนขอบอกเลยว่าให้ความสำคัญกับคดีนี้มากกว่าปกติ ซึ่งผู้ร้องระบุชัดเจนว่าหากมีผู้ใดเกี่ยวข้องก็ให้สอบสวนกลับไปทั้งหมด ดีเอสไอจึงจะเริ่มการสอบสวนตั้งแต่ น.ส.มัลลิกา ทั้งนี้ ตนจะมอบหมายให้พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนเพื่อเดินหน้าคดีดังกล่าวทันที
“ต้องรับเป็นคดีพิเศษแน่นอนเพราะบุคคลในภาพเป็นถึงนายกฯ ไม่ว่าจะเป็นการส่งต่อหรือโพสต์เองถือว่ามีความผิดชัดเจน ผมไม่ได้รับใช้การเมืองแต่นายกฯเป็นถึงประมุข” อธิบดีดีเอสไอกล่าว และหลังจากยื่นหนังสือ นายธาริตได้สั่งการให้ พ.ต.ต.ยุทธนา สอบปากคำนายวิญญัติทันทีด้วย
ป้ายกำกับ:
ติ่ง มัลลิกา,
ผู้หญิงหยาบคายที่สุด,
มัลลิกา บุญมีตระกูล,
รองโฆษกพรรคปชป.
“บก.ลายจุด” จี้กรรมการสิทธิฯ ลาออก ชี้สรุปรายงานเหตุปราบม็อบปี 53 สุดเอนเอียง - "อมรา" แจง
เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดรายงานผลการตรวจสอบเพื่อมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กรณีเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มนปช. ระหว่างวันที่ 12 มี.ค. – 19 พ.ค. 53 ว่า ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าองค์กรใดจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเพื่อมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กรณีเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มนปช.ระหว่างวันที่ 12 มี.ค. – 19 พ.ค. 53 แล้วอ่านเนื้อหา สาระไปเรื่อยๆ ถึงจะอ่านไม่ทันจบก็ต้องคิดว่าเป็นรายงานที่ออกมาจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แน่นอน เพราะข้อเหตุผลในประเด็นต่างๆเหมือนไปหยิบยกเหตุผลของศอฉ.มาใส่ เช่น การที่บอกว่าคนเสื้อแดงละเมิดสิทธิ เพราะเอาเด็กและผู้หญิงมาร่วมอยู่ในการชุมนุม ตนว่าเหตุผลข้อนี้ตลกมาก โดยมีข้อสังเกต 2 ประการ
บก.ลายจุด ระบุว่า 1.ในการชุมนุมทางการเมืองทุกครั้งอยากถามว่าม็อบไหนที่ไม่มีผู้หญิงและเด็กมาร่วมบ้าง คำตอบคือไม่มี ถ้ากรรมการสิทธิฯจะบอกว่าการมีผู้หญิงกับเด็กอยู่ในม็อบเป็นการละเมิดสิทธิ ถามกลับหน่อยว่าแล้วม็อบอื่นๆละเมิดสิทธิด้วยหรือไม่ 2.ถ้าบอกว่ามีผู้หญิงกับเด็กอยู่ในม็อบเป็นการละเมิดสิทธิ ถามกลับว่าการที่เจ้าหน้าที่รัฐยิงใส่ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมทางการเมืองถือเป็นการคุ้มครองสิทธิให้ประชาชนใช่หรือไม่ หรือแม้แต่ประเด็นของการใช้สไนเปอร์กับผู้ชุมนุมจนทำให้เกิดการบาดเจ็บ และเสียชีวิตจำนวนมาก ในรายงานดังกล่าวก็ไม่มีการพูดถึงเลยทั้งที่เป็นประเด็นสำคัญ เพราะต้องมีผู้สูญเสียจำนวนมาก
บก.ลายจุด กล่าวว่า ถามว่าทำไมกรรมการสิทธิฯจึงมีวิสัยทัศน์เดียวกันกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ในขณะเกิดเหตุการณ์ชุมนุมปี 53 เป็น ผอ.ศอฉ. ซึ่งนายสุเทพ ได้อ้างมาตลอดว่าไม่มีสไนเปอร์ กรรมการสิทธิฯก็รายงานผลออกมาเช่นเดียวกัน ตนอยากรู้ว่ากรรมการสิทธิฯไปหาข้อมูล ข้อเท็จจริงมาจากตรงไหน ส่วนประเด็นอื่นๆตนไม่ขอลงในรายละเอียด แค่บางประเด็นที่กล่าวมาก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่ากรรมการสิทธิฯสองมาตรฐาน รายงานไม่มีความน่าเชื่อถือตนก็ไม่รู้จะอ่านไปทำไม เพราะเหมือนรายงานจากศอฉ.มากกว่า
บก.ลายจุด ระบุว่า 1.ในการชุมนุมทางการเมืองทุกครั้งอยากถามว่าม็อบไหนที่ไม่มีผู้หญิงและเด็กมาร่วมบ้าง คำตอบคือไม่มี ถ้ากรรมการสิทธิฯจะบอกว่าการมีผู้หญิงกับเด็กอยู่ในม็อบเป็นการละเมิดสิทธิ ถามกลับหน่อยว่าแล้วม็อบอื่นๆละเมิดสิทธิด้วยหรือไม่ 2.ถ้าบอกว่ามีผู้หญิงกับเด็กอยู่ในม็อบเป็นการละเมิดสิทธิ ถามกลับว่าการที่เจ้าหน้าที่รัฐยิงใส่ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมทางการเมืองถือเป็นการคุ้มครองสิทธิให้ประชาชนใช่หรือไม่ หรือแม้แต่ประเด็นของการใช้สไนเปอร์กับผู้ชุมนุมจนทำให้เกิดการบาดเจ็บ และเสียชีวิตจำนวนมาก ในรายงานดังกล่าวก็ไม่มีการพูดถึงเลยทั้งที่เป็นประเด็นสำคัญ เพราะต้องมีผู้สูญเสียจำนวนมาก
บก.ลายจุด กล่าวว่า ถามว่าทำไมกรรมการสิทธิฯจึงมีวิสัยทัศน์เดียวกันกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ในขณะเกิดเหตุการณ์ชุมนุมปี 53 เป็น ผอ.ศอฉ. ซึ่งนายสุเทพ ได้อ้างมาตลอดว่าไม่มีสไนเปอร์ กรรมการสิทธิฯก็รายงานผลออกมาเช่นเดียวกัน ตนอยากรู้ว่ากรรมการสิทธิฯไปหาข้อมูล ข้อเท็จจริงมาจากตรงไหน ส่วนประเด็นอื่นๆตนไม่ขอลงในรายละเอียด แค่บางประเด็นที่กล่าวมาก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่ากรรมการสิทธิฯสองมาตรฐาน รายงานไม่มีความน่าเชื่อถือตนก็ไม่รู้จะอ่านไปทำไม เพราะเหมือนรายงานจากศอฉ.มากกว่า
วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ผลงานเดิม:ข้อบกพร่องของร่างรายงานกรรมการสิทธิกรณีการชุมนุม นปช.ปี 2553
เปิดบันทึกอนุกรรมการสิทธิฯถึง “อมรา พงศาพิชญ์”-แนะให้พิจารณาร่างรายงานกสม.ให้รอบคอบก่อนเผยแพร่
เปิดบันทึกอนุกรรมการสิทธิฯถึง “อมรา พงศาพิชญ์”-แนะให้พิจารณาร่างรายงานกสม.ให้รอบคอบก่อนเผยแพร่
Sat, 2011-07-09 20:07
ทีมข่าวการเมือง
บันทึกข้อความจากหนึ่งในอนุกรรมการสิทธิฯ ถึงประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชี้ข้อบกพร่องของร่างรายงานกรรมการสิทธิกรณีการชุมนุม นปช.ปี 2553 ติงการสอบการละเมิดสิทธิต้องเริ่มที่การกระทำของรัฐกระทบต่อสิทธิมนุษยชนหรือไม่ “ไม่ใช่วิเคราะห์ว่า การกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่?”
แม้สื่อมวลชนบางฉบับนำเอารายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในกรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ระหว่างวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ มาเปิดเผยอย่างไม่เป็นทางการไปแล้ว แต่ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า การแถลงข่าวรายงานฉบับดังกล่าวถูกยกเลิกไป เนื่องจากได้รับคำท้วงติงอย่างรุนแรงจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนด้วยกันเอง พร้อมด้วยบันทึกความเห็นต่อรายงานดังกล่าวโดยละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความไม่รอบด้านของข้อมูล ทั้งได้เสนอให้ “พิจารณาร่างรายงานนี้อย่างรอบคอบเสียก่อนการเผยแพร่ต่อไป”
เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 54 รศ.กิตติศักดิ์ ปรกติ อนุกรรมการ ใน คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ทำบันทึกเรียน ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน โดยแสดงความความเห็นต่อ “ร่างรายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในกรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ระหว่างวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓”
โดยผู้เขียนบันทึกเห็นว่าร่างรายงานดังกล่าวขาดการลำดับข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงพอในบางประเด็นที่ควรเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังเสนอแนะด้วยว่า “ในการวิเคราะห์ผลกระทบหรือผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น โดยทั่วไปต้องเริ่มจากการพิเคราะห์ว่า การกระทำของรัฐกระทบต่อสิทธิมนุษยชนหรือไม่? หรือการกระทำของผู้ชุมนุมก่อให้เกิดภยันตรายโดยละเมิดกฎหมายอย่างไร มีความมุ่งหมายที่มิชอบ หรือมีพฤติการณ์ร้ายแรงเพียงใด? ไม่ใช่วิเคราะห์ว่า การกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่?”
พร้อมยังเสนอแนะว่า “ในส่วนที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจของรัฐนั้น ต้องพิเคราะห์ว่าการกระทำที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชนดังกล่าวมีเหตุให้กระทำได้โดยชอบหรือไม่? ทั้งยังต้องพิจารณาต่อไปด้วยว่า หากมีเหตุให้รัฐจำกัดสิทธิมนุษยชนได้โดยชอบ การใช้อำนาจของรัฐได้เป็นไปโดยสมควรแก่เหตุหรือไม่? หรือเหตุเสียหายหรือการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้นมีสาเหตุโดยตรงมาจาก หรือมีการกระทำของบุคคลอื่นมากระทบร่วมด้วย หรือมีเหตุอื่นมามาตัดรอนผลแห่งการกระทำหรือความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ออกไปเพียงใด? ทั้งนี้ต้องพิจารณาทั้งในแง่เหตุการณ์เฉพาะกรณีแต่ละกรณี และภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมดโดยอธิบายให้กระจ่างด้วย”
โดยในตอนท้ายผู้บันทึกได้เสนอประธาน กสม. ว่า “เห็นสมควรพิจารณาร่างรายงานนี้อย่างรอบคอบเสียก่อนการเผยแพร่ต่อไป”
Sat, 2011-07-09 20:07
ทีมข่าวการเมือง
บันทึกข้อความจากหนึ่งในอนุกรรมการสิทธิฯ ถึงประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชี้ข้อบกพร่องของร่างรายงานกรรมการสิทธิกรณีการชุมนุม นปช.ปี 2553 ติงการสอบการละเมิดสิทธิต้องเริ่มที่การกระทำของรัฐกระทบต่อสิทธิมนุษยชนหรือไม่ “ไม่ใช่วิเคราะห์ว่า การกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่?”
แม้สื่อมวลชนบางฉบับนำเอารายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในกรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ระหว่างวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ มาเปิดเผยอย่างไม่เป็นทางการไปแล้ว แต่ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า การแถลงข่าวรายงานฉบับดังกล่าวถูกยกเลิกไป เนื่องจากได้รับคำท้วงติงอย่างรุนแรงจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนด้วยกันเอง พร้อมด้วยบันทึกความเห็นต่อรายงานดังกล่าวโดยละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความไม่รอบด้านของข้อมูล ทั้งได้เสนอให้ “พิจารณาร่างรายงานนี้อย่างรอบคอบเสียก่อนการเผยแพร่ต่อไป”
เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 54 รศ.กิตติศักดิ์ ปรกติ อนุกรรมการ ใน คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ทำบันทึกเรียน ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน โดยแสดงความความเห็นต่อ “ร่างรายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในกรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ระหว่างวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓”
โดยผู้เขียนบันทึกเห็นว่าร่างรายงานดังกล่าวขาดการลำดับข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงพอในบางประเด็นที่ควรเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังเสนอแนะด้วยว่า “ในการวิเคราะห์ผลกระทบหรือผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น โดยทั่วไปต้องเริ่มจากการพิเคราะห์ว่า การกระทำของรัฐกระทบต่อสิทธิมนุษยชนหรือไม่? หรือการกระทำของผู้ชุมนุมก่อให้เกิดภยันตรายโดยละเมิดกฎหมายอย่างไร มีความมุ่งหมายที่มิชอบ หรือมีพฤติการณ์ร้ายแรงเพียงใด? ไม่ใช่วิเคราะห์ว่า การกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่?”
พร้อมยังเสนอแนะว่า “ในส่วนที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจของรัฐนั้น ต้องพิเคราะห์ว่าการกระทำที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชนดังกล่าวมีเหตุให้กระทำได้โดยชอบหรือไม่? ทั้งยังต้องพิจารณาต่อไปด้วยว่า หากมีเหตุให้รัฐจำกัดสิทธิมนุษยชนได้โดยชอบ การใช้อำนาจของรัฐได้เป็นไปโดยสมควรแก่เหตุหรือไม่? หรือเหตุเสียหายหรือการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้นมีสาเหตุโดยตรงมาจาก หรือมีการกระทำของบุคคลอื่นมากระทบร่วมด้วย หรือมีเหตุอื่นมามาตัดรอนผลแห่งการกระทำหรือความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ออกไปเพียงใด? ทั้งนี้ต้องพิจารณาทั้งในแง่เหตุการณ์เฉพาะกรณีแต่ละกรณี และภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมดโดยอธิบายให้กระจ่างด้วย”
โดยในตอนท้ายผู้บันทึกได้เสนอประธาน กสม. ว่า “เห็นสมควรพิจารณาร่างรายงานนี้อย่างรอบคอบเสียก่อนการเผยแพร่ต่อไป”
ป้ายกำกับ:
กรรมการสิทธิ,
กสม.,
ลูกศิษย์ คิดล้างครู,
สิทธิมนุษยชน,
อมรา พงศาพิชญ์
กก.สิทธิสรุปพฤษภา53แย้งศาล อ้างทหารยิงป้องกันตัวคนติดอาวุธพลาดโดน'ส่วนหนึ่ง'6ศพวัดปทุม
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
8 สิงหาคม 2556
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เปิดเผยรายงาน กรณีการชุมนุมปี 2553 ออกมาแล้ว หลังผ่านเหตุการณ์ดังกล่าวไป 3 ปีเศษ อย่างไรก็ตามยังมีข้อน่าสงสัยว่ารายงานฉบับนี้เที่ยงตรงเพียงใด เพราะในกรณีสำคัญอย่างเหตุการณ์ 6 ศพวัดปทุมฯนั้น ได้รายงานว่าผู้เสียชีัวิต"ส่วนหนึ่ง"เกิดจากเจ้าหน้าที่ที่ยิง"ป้องกันตนเอง"จากบุคคลติดอาวุธที่วิ่งหลบหนีเข้าไปในวัดปทุมฯ
ซึ่งเรื่องดังกล่าวขัดกับที่ศาลตัดสินไปเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ว่า ในเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีกองกำลังติดอาวุธ หรือ"ชายชุดดำ"ตามรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติแต่อย่างใด
ทั้งนี้รายงานบางตอน มีดังต่อไปนี้
ประเด็นที่ต้องพิจารณามีว่า กรณีมีผู้เสียชีวิต ๖ ศพ และการกระทำในรูปแบบอื่นๆในและบริเวณวัดปทุมวนารามฯ ระหว่างวันที่ ๑๙-๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๓ มีการกระทำาหรือการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ อย่างไร
เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เวลาประมาณ ๐๖.๐๐ น. รัฐบาลโดยศอฉ.ได้ปฏิบัติการที่เข้มข้นขึ้น จนถึงเวลาประมาณ ๑๓.๓๐ น. แกนนำกลุ่มนปช.ได้ประกาศยุติการชุมนุม แล้วจากนั้น ได้มีการเผาอาคารศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ต่อเนื่องไปถึงศูนย์การค้าบิ๊กซี และเหตุการณ์การยิงปะทะกันทั้ง ๒ ฝ่าย ระหว่าง
เจ้าหน้าที่ทหารและกลุ่มบุคคลติดอาวุธก็ยังมีการยิงต่อเนื่องถึงเวลา ๑๘.๓๐ น. โดยมีการยิงปะทะกันโดยรอบนอกบริเวณวัดปทุมวนารามฯ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการได้ทำการปฏิบัติการควบคุมสถานการณ์บริเวณรางรถไฟฟ้าหน้าวัดปทุมวนารามฯ ซึ่งมีกลุ่มบุคคลติดอาวุธวิ่งหลบหนีไปมาและหลบเข้าไปในวัดปทุมวนารามฯแ ล้วยิงอาวุธใส่เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นต้องป้องกันตนเอง
จากสถานการณ์การยิงปะทะกันในบริเวณพื้นที่ชุมนุม และพื้นที่โดยรอบ ในสภาพการบ้านเมืองที่ยังวุ่นวายไม่สงบดังกล่าว ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิต ๖ ศพ และบาดเจ็บ ๗ คน บริเวณวัดปทุมวนารามฯ ซึ่งการสูญเสียชีวิตดังกล่าวทั้ง ๖ ศพ ปรากฏจากการรวบรวมหลักฐานในชั้นนี้ ทั้งพยานเอกสาร พยานวัตถุ และพยานบุคคลที่มีความสอดคล้องกันว่า จากลักษณะทิศทางของกระสุนที่ปรากฏบนศพบางศพ มีลักษณะถูกยิงจากบนลงล่าง
วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556
นางอมรา กรรมการสิทธิมนุษย์ชน หรือ พันธมิตรตัวแม่ ??
ศ.ดร.อมรา พงศาพิฃญ์ประธาน กสม. อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ทีีอดีตก็เคยเป็นตัวตั้งตัวตี ที่มีปูมหลังเป็นเครือข่ายพันธมิตรของ นายสนธิ และอ.จ.จุฬา ที่ล่ารายชื่อ อาจารย์ นักศิกษามหาลัยจุฬา เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ข้ิิอหาขาดความชอบธรรมและจริยธรรมของผู้นำ
จากแถลงการณ์ว่า ประธาน( กสม.) และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะมาเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างมาร์ค กับ นปช. เมื่อวันที่18 มีนาคม 2553 ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร่วมกันแถลงและตอบคำถามผู้สื่อข่าว ภายหลังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)
นำโดย ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธาน กสม. เข้าพบที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีความพร้อมตลอดเวลาในการเชื่อมต่อประสานงาน เพื่อปรึกษาหารือในกรณีที่มีข้อห่วงใยว่า จะเกิดความตึงเครียดหรือความไม่เข้าใจ และความสุ่มเสี่ยงต่อเหตุการณ์ความรุนแรง
http://talk.mthai.com/topic/100947
จากแถลงการณ์ว่า ประธาน( กสม.) และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะมาเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างมาร์ค กับ นปช. เมื่อวันที่18 มีนาคม 2553 ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร่วมกันแถลงและตอบคำถามผู้สื่อข่าว ภายหลังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)
นำโดย ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธาน กสม. เข้าพบที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีความพร้อมตลอดเวลาในการเชื่อมต่อประสานงาน เพื่อปรึกษาหารือในกรณีที่มีข้อห่วงใยว่า จะเกิดความตึงเครียดหรือความไม่เข้าใจ และความสุ่มเสี่ยงต่อเหตุการณ์ความรุนแรง
http://talk.mthai.com/topic/100947
ป้ายกำกับ:
กรรมการสิทธิ,
กสม.,
ลูกศิษย์ คิดล้างครู,
สิทธิมนุษยชน,
อมรา พงศาพิชญ์
นางอมรา ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทำไมเธอคนนี้ถึงไม่เคยอยู่ข้างประชาชน
เทียนฟง คนตรงสามพันปี
เปิดที่มานางอมรา ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทำไมเธอคนนี้ถึงไม่เคยอยู่ข้างประชาชน
หลายๆท่านอาจจะจำไม่ได้ว่า ประธาน กสม.เคยทำอะไรไว้บ้าง ?
ปูม หลัง เครือข่าย นายสนธิ และอ.จ.จุฬา
- ท่านทราบหรือไม่ว่า ?
1. นายสนธิ เป็นเพื่อนสนิทกับอภิสิทธิ์
2. ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทรวนิช เป็นลูกจ้าง บ.ผู้จัดการ ของนายสนธิ
3. ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ได้รับเลือกเป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์ด้วยคะแนนเสียงต่ำสุด เป็นอับดับที่ 3 จากการสรรหาคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา โดยมี ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทรวนิช เป็นกรรมการสรรหา โดยอ้างว่า
- ผู้ที่ได้คะแนนอันดับที่ 1 (26 คะแนน) ไม่เหมาะสม
- แต่ ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ที่ได้ที่ 3 (8 คะแนน) มีความเหมาะสมด้วยเหตุผลที่ว่า “คณะรัฐศาสตร์ ควรจะลองของใหม่ๆ”
- ท่านสงสัยไหมว่า ?
ทำไม ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ พร้อม ศ.ดร.ชั่ยอนันต์สมุทรวนิช และคณะจึงอาศัยชื่อคณะรัฐศาสตร์ประกาศขับไล่นายกฯ ออกจากตำแหน่ง ในวันที่ 2 กพ. ก่อนที่นายสนธิ จะชุมนุมในวันที่ 4 กพ.
หลายๆท่านอาจจะจำไม่ได้ว่า ประธาน กสม.เคยทำอะไรไว้บ้าง ?
ปูม หลัง เครือข่าย นายสนธิ และอ.จ.จุฬา
- ท่านทราบหรือไม่ว่า ?
1. นายสนธิ เป็นเพื่อนสนิทกับอภิสิทธิ์
2. ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทรวนิช เป็นลูกจ้าง บ.ผู้จัดการ ของนายสนธิ
3. ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ได้รับเลือกเป็นคณบดีคณะรัฐศาสตร์ด้วยคะแนนเสียงต่ำสุด เป็นอับดับที่ 3 จากการสรรหาคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา โดยมี ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทรวนิช เป็นกรรมการสรรหา โดยอ้างว่า
- ผู้ที่ได้คะแนนอันดับที่ 1 (26 คะแนน) ไม่เหมาะสม
- แต่ ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ที่ได้ที่ 3 (8 คะแนน) มีความเหมาะสมด้วยเหตุผลที่ว่า “คณะรัฐศาสตร์ ควรจะลองของใหม่ๆ”
- ท่านสงสัยไหมว่า ?
ทำไม ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ พร้อม ศ.ดร.ชั่ยอนันต์สมุทรวนิช และคณะจึงอาศัยชื่อคณะรัฐศาสตร์ประกาศขับไล่นายกฯ ออกจากตำแหน่ง ในวันที่ 2 กพ. ก่อนที่นายสนธิ จะชุมนุมในวันที่ 4 กพ.
วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556
"มัลลิกา" ถีบก้น "เก่ง การุณ" - ยัวะยืนค้ำหัวผู้ว่าฯ กทม.
| วันที่ 19 ต.ค.(วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2554) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่าง ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตสายไหม เพื่อรับมือปัญหาน้ำท่วมที่โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย 2 เขตสายไหม ปรากฏว่า น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อจะตรวจพื้นที่บริเวณดังกล่าวเช่นเดียวกัน ต่อมา เมื่อทราบว่าผู้ว่าฯ กทม.ยังอยู่ในห้องประชุม คณะของรมว.ไอซีที จึงตามเข้าไปในห้องประชุม เพื่อจะให้ข้อเสนอขอให้เร่งผันน้ำไปทางทิศตะวันออก ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ได้เข้าไปพูดคุยกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ เพื่อเชิญให้เข้าร่วมประชุมที่ ศปภ.กับนายกรัฐมนตรีในเวลา 17.00น. วันเดียวกัน ซึ่งทางผู้ว่าฯกทม.ได้บอกว่านายกรัฐมนตรีเชิญมาแล้ว ผู้สื่อข่าวแจ้งว่า ระหว่างที่ผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายกำลังพูดคุยกันอยู่ นายการุณได้เข้าไปยืนแทรกอยู่ด้านข้างของน.อ.อนุดิษฐ์และผู้ว่าฯ กทม. ทำให้บังหน้าน.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งร่วมคณะมากับผู้ว่าฯ กทม. สร้างความไม่พอใจให้กับน.ส.มัลลิกาเป็นอย่างมาก และพยายามสะกิดเพื่อให้นายการุณหลบออกไป แต่ไม่สำเร็จ และทันทีที่น.อ.อนุดิษฐ์และคุณหญิงสุดารัตน์ เดินทางออกจากห้องประชุมไป และเหลือเพียงนายการุณที่กำลังจะเดินตามออกไป น.ส.มัลลิกา ได้เข้าไปพูดกับนายการุณด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “ฉันรู้นะ ว่าเธอมาทำไม เธอทำอย่างนี้ไม่ถูก” แต่นายการุณ ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ทำให้ น.ส.มัลลิกาเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ยกเท้าถีบไปที่ก้นของนายการุณเต็มแรงถึงกับหัวคะมำไปข้างหน้า สร้างความตกใจให้กับสื่อมวลชนบางส่วนที่ยังอยู่ในห้องประชุม จากนั้นผู้ที่พบเห็นก็รีบเข้าไปแยกและคลี่คลายสถานการณ์จนท้ายที่สุดผู้ว่าฯกทม.ได้สั่งปิดห้องประชุมห้ามบุคคลภายนอกและผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป หลังเกิดเหตุน.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงว่า ช่วงที่ผู้ใหญ่พูดคุยกัน นายการุณมายืนค้ำหัวผู้ว่าฯ กทม. ตนจึงบอกให้นายการุณไปหาเก้าอี้มานั่งจะได้ไม่ต้องยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ แต่กลับถูกนายการุณพูดสวนว่า “ใหญ่แค่ไหนกูก็ไม่กลัว” จากนั้นจึงโต้เถียงกันไปมาเล็กน้อย จนกระทั่งผู้ใหญ่หารือกันเสร็จ และเดินทางออกจากห้อง ตนก็ถูกนายการุณพูดกระแนะกระแหน พร้อมกับยกก้นมาเบียดตนกระดันออกไป ทำให้ตนไม่พอใจจึงยกเท้าขึ้นถีบนายการุณ แต่ปรากฎว่าลูกน้องของนายการุณมายืนประกบข้างกับตนและทำท่าจะเอาเรื่องตน แต่สุดท้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น และต่างฝ่ายต่างต่างแยกย้ายกันกลับไป นายการุณ กล่าวว่า ตนไม่รู้เรื่องอะไรเลย และระหว่างนั้นไม่ได้สนใจว่าใครพูดอะไร ไม่ได้มีวิวาทะว่าใครจะพูดอะไร เมื่อตนเดินตามผู้ใหญ่ออกมาจากห้องประชุมก็ไม่รู้สึกว่าโดนถีบหรือทำร้าย แต่ได้ยินเสียงมีคนไปโวยวายกับน.ส.มัลลิกา และไม่ทราบว่ากลุ่มคนดังกล่าวเป็นใคร และมาดูเสื้อก็ไม่พบรอยเท้าแต่อย่างใด ด้านน.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ให้ไปถามสื่อที่อยู่ในเหตุการณ์เอาเอง |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






