แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิทธิมนุษยชน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิทธิมนุษยชน แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556
"ธิดา"โวย "กสม." แย่กว่า"คอป."อีก
ข่าวสด 10 สิงหาคม 2556
อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานนปช. กล่าวว่าเหมือนรับฟังพยานจากฝั่งรัฐบาลในขณะนั้นเพียงข้างเดียว ไม่มีเนื้อหาของผู้ที่ถูกกระทำเลย อาทิ กรณี 6 ศพวัดปทุมฯ มีรายละเอียดที่เป็นเท็จโดยสิ้นเชิง เขียนใกล้เคียงกับคำให้สัมภาษณ์ของนายอภิสิทธิ์ นายกฯ ในขณะนั้น ที่ระบุว่ามีการปะทะกันระหว่างกองกำลังติดอาวุธกับเจ้าหน้าที่รัฐ การเขียนรายงานออกมาในลักษณะนี้อันตรายมาก เลือกข้างชัดเจน หยาบและชุ่ยที่สุด ประหนึ่งว่านปช.เป็นกองกำลังติดอาวุธขนาดใหญ่ ทั้งที่กลุ่มผู้ชุมนุมเพียงแค่ยิงพลุและตะไล ทั้งยังกล่าวหาว่าใช้แสงเลเซอร์ชี้เป้าก่อนฆาตกรรม พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม และส.ท.ภูริวัฒน์ ประ พันธ์ โดยที่การไต่สวนกรณีนี้ไม่ระบุถึงการใช้เลเซอร์ชี้เป้าแต่อย่างใด
ประธานนปช.กล่าวต่อว่า แม้รายงานฉบับนี้ จะมีบางส่วนคล้ายกับรายงานของคณะกรรม การอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) แต่มีบางส่วนที่ออกมาหนักและแย่กว่าคอป.อีก อีกทั้งเหตุใดเมื่อการประกาศทั้งพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ควบคุมผู้ชุมนุม ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ถึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรม แตกต่างจากการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกตั้งคำถามจากกรรมการสิทธิฯ
ป้ายกำกับ:
กรรมการสิทธิ,
กสม.,
ลูกศิษย์ คิดล้างครู,
สิทธิมนุษยชน,
อมรา พงศาพิชญ์
วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ความรู้สึกชิงชังต่อ นางอมรา มีมากจริงๆ ..
ความรู้สึกชิงชังต่อ นางอมรา มีมากจริงๆ ...ที่งานชุมนุมแดงลาดกระบังคืน นี้ พี่น้องหลายคนโกรธแค้นเธอมาก
สำหรับดิฉัน กลับมองว่า กก.สิทธิฯ ทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบ ไม่เว้นแม้แต่นายนิรันดร์ ที่ภาพดี ในหมู่นักวิชาการสายประชาธิปไตย
และไม่ต่างจาก กรณี ตลก ศาลรธน. ที่ คนรุมอัดไปที่ นายวสันต์ คนเดียว แต่คนภาพดีอย่างนายจรัญ ยังไม่ถูกขุดคุ้ยมากพอ
แต่ก็เข้าใจในธรรมชาติของการรับ รู้และการรื้อถอนต้นไม้พิษที่เล วร้ายพวกนี้ ...บางทีก็ต้องตัดที่ยอด และที่สุดก็คือการ ขุดทั้งราก ถอนทั้งโคน ขึ้นมา
พรุ่งนี้...มาช่วยกันชำแหละ "คณะกรรมการสิทธิ อ-มนุษยชน แห่งชาติ" ด้วยกัน ที่หน้าศาลอาญา รัชดา
ปฏิญญาหน้าศาล อาทิตย์ 11 สค 56
Suda Rangkupanนี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายของประชา ชนที่ต้องไปประณามการทำงานห่วยแ ตกอีก ปท สูญเงินกับคนพวกนี้ กว่า 200 ล้าน โดยไม่เกิดผลผลิต...ยุบ เลิก !!
ม.206 ให้มีคณะกรรมการสรรหา...ประกอบด ้วยประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรแ ละประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมน ูญซึ่งเลือกกันเองให้เหลือหนึ่ง คน
แดง นิติราษฐ์
สวัสดีวันอาทิตย์สีแดงครับ อ.หวาน หญิงแกร่งขวัญใจคนเสื้อแดงครับ...กสม.ที่มีนาง..อม.เป็นประธานนี่ มันไม่เคยให้ความสำคัญใดๆกับฝ่ายคนเสท้อแดงเลยแม้แต่นิดเดียวจริงๆ จ้องที่จะหาผลักฐานเพื่อที่จะโยนความผิดให้กับฝ่านคนเสื้อแดงด้านเดียวอย่างเห็นได้อย่างชัดเจนถึงความเอนเอียงขององค์กรณ์อิสละชุดนี้ ที่คลอดออกมาจากมดลูกของคณะ .คมช.(คนมันขั่ว) เมื่อวานได้มีโอกาสดู อ.หวานที่เวทีลาดกระบัง เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะมีการยื่นถอดถอนองค์กรณ์นี้ออกจากสารระบบบ้านเมืองของเราครับ จอเป็นกำลังใจในการทำงานของ อ.หวาน พร้อมทั้งคณะทุกๆท่านครับ ขอขอบคุณ อ.หวาน และคณะทำงานทุกๆท่านอย่างสูงที่เสียสละความสุขส่วนตัว มาทำงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนด้วยความเคารพครับ
ป้ายกำกับ:
กรรมการสิทธิ,
กสม.,
ลูกศิษย์ คิดล้างครู,
สิทธิมนุษยชน,
อมรา พงศาพิชญ์
วิวาทะรายงานสลายชุมนุม 53: ปธ.กรรมการสิทธิ - ศปช.
(9 ส.ค.56) เมื่อเวลา 20.00น. รายการคมชัดลึก ทางเนชั่นแชนแนล ตอน ความจริง...พฤษภาอำมหิต 2553 โดยบัญชา แข็งขัน ผู้ดำเนินรายการ เชิญ อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และ ขวัญระวี วังอุดม ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เมษา-พฤษภา 2553 (ศปช.) และ อาจารย์สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล ร่วมรายการ
โดยวานนี้ (8 ส.ค.) เว็บไซต์ กสม. เผยแพร่รายงาน "รายงานผลการตรวจสอบเพื่อมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ระหว่างวันที่ 12 มีนาคม 2553 ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2553" ความยาว 92 หน้า โดยประธาน กสม. ระบุว่าได้ส่งรายงานให้คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าอีก 1-2 อาทิตย์คงจะเข้า ครม. แต่ยังไม่ได้รับการยืนยัน
ทั้งนี้ ศปช. ก่อตั้งโดยกลุ่มนักกิจกรรมร่วมกับนักวิชาการกลุ่มสันติประชาธรรม เมื่อวันที่ 19 ก.ค.53 โดยมีการลงพื้นที่เก็บข้อมูล และสัมภาษณ์พยาน ผู้ได้รับผลกระทบฯ และเผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 19 ส.ค.55
000
ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เหมาะสมหรือไม่
ช่วงแรกของรายการผู้ดำเนินรายการถามเรื่องการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในช่วงเริ่มต้นของการชุมนุม โดยนางอมรา กล่าวว่า บทสรุปมีแนวการมองคล้าย คอป. เพราะข้อมูลที่ได้ก็ใกล้เคียงกัน ตามมาตรา 63 ของรัฐธรรมนูญ รับรองสิทธิการชุมนุม โดยต้องเป็นไปอย่างสงบและไม่ใช้อาวุธ จากการศึกษา ตั้งแต่ 12 มี.ค. ถึง 7 เม.ย. 53 พบว่า การชุมนุมยังไม่รุนแรงและยังไม่พบอาวุธ ยังอยู่ภายใต้ใต้รัฐธรรมนูญ แต่หลังจากนั้น เริ่มมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นเหตุให้รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในวันที่ 7 เม.ย. 53 และต่อมามีการใช้ความรุนแรงจนเกินขอบเขต
ด้าน น.ส.ขวัญระวี กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลอภิสิทธิ์ บอกว่าเป็นประชาธิปไตยจะต้องสนับสนุนสิทธิในการชุมนุมของประชาชน การประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ครั้งนั้น เกิดขึ้นก่อนมีการชุมนุม เช่นเดียวกับกรณีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่เคยประกาศไปเมื่อไม่กี่วันมานี้ ในสังคมประชาธิปไตย สิทธิการชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เพื่อให้คนที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมใช้สิทธิเรียกร้องต่อคนมีอำนาจเหนือกว่า ซึ่งพอประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง จึงขัดหลักนี้
ทั้งนี้ตั้งแต่ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง มีการปิดเว็บกว่า 9,000 เว็บในช่วงหนึ่งเดือน เท่ากับศาลต้องใช้เวลาพิจารณา 300 กว่าเว็บต่อวัน ถามว่าในความเป็นจริงทำได้หรือไม่ ทั้งยังไม่มีการแถลงว่าแต่ละเว็บก่อความวุ่นวายอย่างไร นอกจากนี้ ยังมีการสั่งปิดสถานีไทยคม ทำให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนไปชุมนุมที่นั่น จากนั้นรัฐบาลก็ออกหมายจับแกนนำ บอกให้ย้ายมวลชนจากแยกราชประสงค์ไปที่สะพานผ่านฟ้า แต่วันต่อมา ศอฉ. กลับไปสลายการชุมนุมที่ผ่านฟ้า หมายความว่าอย่างไร จะเห็นว่า การกระทำของรัฐบาลมีส่วนทำให้มวลชนโกรธเคือง โดยเฉพาะการปิดสถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนล ทำให้ไม่มีสื่อของเสื้อแดงที่จะสะท้อนเสียงของเขา ยิ่งกระตุ้นให้มวลชนเกิดอารมณ์
ทั้งนี้การตีความการชุมนุมโดยสงบ ไม่ควรตีความอย่างแคบๆ เช่น ก่อความวุ่นวาย หงุดหงิด เดือดร้อน เพราะการชุมนุมย่อมสร้างความเดือดร้อน แต่จะทำอย่างไรให้คนเดือดร้อน มีพื้นที่ รัฐบาลมีหน้าที่เอื้อให้เขาชุมนุมได้โดยสงบ
ต่อมา นางอมรากล่าวว่า เดือนมีนาคม เป็นจุดเริ่มต้นที่ควรดูให้ละเอียดว่าอะไรเป็นเหตุให้เกิดอะไรตามมา และย้ำว่าการใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ไม่จำเป็นไม่ควรใช้โดยเด็ดขาด เพียงแต่ว่าตอนนั้นไม่ได้ออกมาแถลงคัดค้าน เพราะอาจจะยังงงๆ อย่างไรก็ตาม หลังรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ในระยะแรก การชุมนุมยังสงบ หลังๆ ถึงมีกิจกรรมที่รุนแรงขึ้น เช่น การเข้าไปในสถานที่ราชการ รัฐสภา เป็นการกระตุ้นให้รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
“ไม่ได้บอกว่าการปิดพีเพิลชาแนลนั้นถูก การขัดขวางการเผยแพร่ข่าวสารเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นข้อบกพร่องของรัฐบาลแน่นอน”
000
ผู้ชุมนุมมีสิทธิเคลื่อนขบวนออกจากที่ตั้งหรือไม่
เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า ผู้ชุมนุมมีสิทธิเคลื่อนออกจากที่ตั้งไหม ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวว่า เป็นเรื่องการวางแผนของผู้ชุมนุมและแกนนำ ถ้าเขาจะค่อยๆ รุกและเริ่มแรงกดดัน ก็เป็นการวางแผนของผู้ชุมุนม คนที่เคยทำงานมวลชนมาก็รู้ เมื่อถึงขั้นนึงไม่ได้อย่างที่ตั้งใจก็ต้องยกระดับ เพราะฉะนั้น เป็นยุทธศาสตร์การเคลื่อนมวลชน
ด้าน น.ส.ขวัญระวี กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวมีที่มาที่ไป ไม่ใช่อยู่ๆ ก็จะยกกำลังไปปิดล้อม ส่วนตัวมองว่า การเอาคนบุกไปรัฐสภาอาจสุ่มเสี่ยงเกินไป แต่ขณะนั้น มีการตัดสัญญาณพีเพิลชาแนลเป็นระยะๆ ขณะที่ในสภากำลังจะพิจารณาต่ออายุ พ.ร.บ.ความมั่นคง อย่างไรก็ตามความวุ่นวายขึ้นที่สภา ก็จบในไม่กี่ชั่วโมง ทั้งนี้ตามหลักกฎหมาย การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะให้อำนาจฝ่ายบริหาร และไม่มีการตรวจสอบของฝ่ายตุลาการ การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะต้องมีความจำเป็นและได้สัดส่วนกับสถานการณ์ แต่กรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้มีความรุนแรง และรัฐสภาทำงานได้ปกติ แต่หลังจากนั้นรัฐบาลกลับประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นเรื่องเกินกว่าเหตุ
ป้ายกำกับ:
กรรมการสิทธิ,
กสม.,
ลูกศิษย์ คิดล้างครู,
สิทธิมนุษยชน,
อมรา พงศาพิชญ์
วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ผลงานเดิม:ข้อบกพร่องของร่างรายงานกรรมการสิทธิกรณีการชุมนุม นปช.ปี 2553
เปิดบันทึกอนุกรรมการสิทธิฯถึง “อมรา พงศาพิชญ์”-แนะให้พิจารณาร่างรายงานกสม.ให้รอบคอบก่อนเผยแพร่
เปิดบันทึกอนุกรรมการสิทธิฯถึง “อมรา พงศาพิชญ์”-แนะให้พิจารณาร่างรายงานกสม.ให้รอบคอบก่อนเผยแพร่
Sat, 2011-07-09 20:07
ทีมข่าวการเมือง
บันทึกข้อความจากหนึ่งในอนุกรรมการสิทธิฯ ถึงประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชี้ข้อบกพร่องของร่างรายงานกรรมการสิทธิกรณีการชุมนุม นปช.ปี 2553 ติงการสอบการละเมิดสิทธิต้องเริ่มที่การกระทำของรัฐกระทบต่อสิทธิมนุษยชนหรือไม่ “ไม่ใช่วิเคราะห์ว่า การกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่?”
แม้สื่อมวลชนบางฉบับนำเอารายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในกรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ระหว่างวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ มาเปิดเผยอย่างไม่เป็นทางการไปแล้ว แต่ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า การแถลงข่าวรายงานฉบับดังกล่าวถูกยกเลิกไป เนื่องจากได้รับคำท้วงติงอย่างรุนแรงจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนด้วยกันเอง พร้อมด้วยบันทึกความเห็นต่อรายงานดังกล่าวโดยละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความไม่รอบด้านของข้อมูล ทั้งได้เสนอให้ “พิจารณาร่างรายงานนี้อย่างรอบคอบเสียก่อนการเผยแพร่ต่อไป”
เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 54 รศ.กิตติศักดิ์ ปรกติ อนุกรรมการ ใน คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ทำบันทึกเรียน ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน โดยแสดงความความเห็นต่อ “ร่างรายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในกรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ระหว่างวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓”
โดยผู้เขียนบันทึกเห็นว่าร่างรายงานดังกล่าวขาดการลำดับข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงพอในบางประเด็นที่ควรเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังเสนอแนะด้วยว่า “ในการวิเคราะห์ผลกระทบหรือผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น โดยทั่วไปต้องเริ่มจากการพิเคราะห์ว่า การกระทำของรัฐกระทบต่อสิทธิมนุษยชนหรือไม่? หรือการกระทำของผู้ชุมนุมก่อให้เกิดภยันตรายโดยละเมิดกฎหมายอย่างไร มีความมุ่งหมายที่มิชอบ หรือมีพฤติการณ์ร้ายแรงเพียงใด? ไม่ใช่วิเคราะห์ว่า การกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่?”
พร้อมยังเสนอแนะว่า “ในส่วนที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจของรัฐนั้น ต้องพิเคราะห์ว่าการกระทำที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชนดังกล่าวมีเหตุให้กระทำได้โดยชอบหรือไม่? ทั้งยังต้องพิจารณาต่อไปด้วยว่า หากมีเหตุให้รัฐจำกัดสิทธิมนุษยชนได้โดยชอบ การใช้อำนาจของรัฐได้เป็นไปโดยสมควรแก่เหตุหรือไม่? หรือเหตุเสียหายหรือการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้นมีสาเหตุโดยตรงมาจาก หรือมีการกระทำของบุคคลอื่นมากระทบร่วมด้วย หรือมีเหตุอื่นมามาตัดรอนผลแห่งการกระทำหรือความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ออกไปเพียงใด? ทั้งนี้ต้องพิจารณาทั้งในแง่เหตุการณ์เฉพาะกรณีแต่ละกรณี และภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมดโดยอธิบายให้กระจ่างด้วย”
โดยในตอนท้ายผู้บันทึกได้เสนอประธาน กสม. ว่า “เห็นสมควรพิจารณาร่างรายงานนี้อย่างรอบคอบเสียก่อนการเผยแพร่ต่อไป”
Sat, 2011-07-09 20:07
ทีมข่าวการเมือง
บันทึกข้อความจากหนึ่งในอนุกรรมการสิทธิฯ ถึงประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชี้ข้อบกพร่องของร่างรายงานกรรมการสิทธิกรณีการชุมนุม นปช.ปี 2553 ติงการสอบการละเมิดสิทธิต้องเริ่มที่การกระทำของรัฐกระทบต่อสิทธิมนุษยชนหรือไม่ “ไม่ใช่วิเคราะห์ว่า การกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่?”
แม้สื่อมวลชนบางฉบับนำเอารายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในกรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ระหว่างวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ มาเปิดเผยอย่างไม่เป็นทางการไปแล้ว แต่ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า การแถลงข่าวรายงานฉบับดังกล่าวถูกยกเลิกไป เนื่องจากได้รับคำท้วงติงอย่างรุนแรงจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนด้วยกันเอง พร้อมด้วยบันทึกความเห็นต่อรายงานดังกล่าวโดยละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความไม่รอบด้านของข้อมูล ทั้งได้เสนอให้ “พิจารณาร่างรายงานนี้อย่างรอบคอบเสียก่อนการเผยแพร่ต่อไป”
เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 54 รศ.กิตติศักดิ์ ปรกติ อนุกรรมการ ใน คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ทำบันทึกเรียน ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน โดยแสดงความความเห็นต่อ “ร่างรายงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในกรณีเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ระหว่างวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓”
โดยผู้เขียนบันทึกเห็นว่าร่างรายงานดังกล่าวขาดการลำดับข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงพอในบางประเด็นที่ควรเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังเสนอแนะด้วยว่า “ในการวิเคราะห์ผลกระทบหรือผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น โดยทั่วไปต้องเริ่มจากการพิเคราะห์ว่า การกระทำของรัฐกระทบต่อสิทธิมนุษยชนหรือไม่? หรือการกระทำของผู้ชุมนุมก่อให้เกิดภยันตรายโดยละเมิดกฎหมายอย่างไร มีความมุ่งหมายที่มิชอบ หรือมีพฤติการณ์ร้ายแรงเพียงใด? ไม่ใช่วิเคราะห์ว่า การกระทำของผู้ชุมนุมเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่?”
พร้อมยังเสนอแนะว่า “ในส่วนที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจของรัฐนั้น ต้องพิเคราะห์ว่าการกระทำที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชนดังกล่าวมีเหตุให้กระทำได้โดยชอบหรือไม่? ทั้งยังต้องพิจารณาต่อไปด้วยว่า หากมีเหตุให้รัฐจำกัดสิทธิมนุษยชนได้โดยชอบ การใช้อำนาจของรัฐได้เป็นไปโดยสมควรแก่เหตุหรือไม่? หรือเหตุเสียหายหรือการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้นมีสาเหตุโดยตรงมาจาก หรือมีการกระทำของบุคคลอื่นมากระทบร่วมด้วย หรือมีเหตุอื่นมามาตัดรอนผลแห่งการกระทำหรือความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ออกไปเพียงใด? ทั้งนี้ต้องพิจารณาทั้งในแง่เหตุการณ์เฉพาะกรณีแต่ละกรณี และภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมดโดยอธิบายให้กระจ่างด้วย”
โดยในตอนท้ายผู้บันทึกได้เสนอประธาน กสม. ว่า “เห็นสมควรพิจารณาร่างรายงานนี้อย่างรอบคอบเสียก่อนการเผยแพร่ต่อไป”
ป้ายกำกับ:
กรรมการสิทธิ,
กสม.,
ลูกศิษย์ คิดล้างครู,
สิทธิมนุษยชน,
อมรา พงศาพิชญ์
วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556
นางอมรา กรรมการสิทธิมนุษย์ชน หรือ พันธมิตรตัวแม่ ??
ศ.ดร.อมรา พงศาพิฃญ์ประธาน กสม. อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ทีีอดีตก็เคยเป็นตัวตั้งตัวตี ที่มีปูมหลังเป็นเครือข่ายพันธมิตรของ นายสนธิ และอ.จ.จุฬา ที่ล่ารายชื่อ อาจารย์ นักศิกษามหาลัยจุฬา เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ข้ิิอหาขาดความชอบธรรมและจริยธรรมของผู้นำ
จากแถลงการณ์ว่า ประธาน( กสม.) และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะมาเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างมาร์ค กับ นปช. เมื่อวันที่18 มีนาคม 2553 ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร่วมกันแถลงและตอบคำถามผู้สื่อข่าว ภายหลังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)
นำโดย ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธาน กสม. เข้าพบที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีความพร้อมตลอดเวลาในการเชื่อมต่อประสานงาน เพื่อปรึกษาหารือในกรณีที่มีข้อห่วงใยว่า จะเกิดความตึงเครียดหรือความไม่เข้าใจ และความสุ่มเสี่ยงต่อเหตุการณ์ความรุนแรง
http://talk.mthai.com/topic/100947
จากแถลงการณ์ว่า ประธาน( กสม.) และกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะมาเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างมาร์ค กับ นปช. เมื่อวันที่18 มีนาคม 2553 ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร่วมกันแถลงและตอบคำถามผู้สื่อข่าว ภายหลังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)
นำโดย ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธาน กสม. เข้าพบที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีความพร้อมตลอดเวลาในการเชื่อมต่อประสานงาน เพื่อปรึกษาหารือในกรณีที่มีข้อห่วงใยว่า จะเกิดความตึงเครียดหรือความไม่เข้าใจ และความสุ่มเสี่ยงต่อเหตุการณ์ความรุนแรง
http://talk.mthai.com/topic/100947
ป้ายกำกับ:
กรรมการสิทธิ,
กสม.,
ลูกศิษย์ คิดล้างครู,
สิทธิมนุษยชน,
อมรา พงศาพิชญ์
วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556
ตามไปดู "อมรา พงศาพิชญ์" กับ ปัญหาชายแดนใต้ !
ป้ายกำกับ:
กรรมการสิทธิ,
กสม.,
ลูกศิษย์ คิดล้างครู,
สิทธิมนุษยชน,
อมรา พงศาพิชญ์
วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555
อื้อฮือ!รถหรูประจำตำแหน่ง กก.สิทธิฯ
อื้อฮือ!รถหรูประจำตำแหน่ง กก.สิทธิฯ Mercedes Benzป้ายแดงคันละแค่13ล้าน ซื้อจากบ.ดังก่อนปิดงบฯปี2552
วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 12:19:19 น.
บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด เสน่ห์ จามริก อมรา พงศาพิชญ์ |
มิใช่แค่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีการจัดซื้อรถยี่ห้อเลกซัส ประจำตำแหน่งของประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและรถประจำตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 13 คันในราคา 39.5 ล้านบาทซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี 2548
องค์กรอิสระอีกแห่งหนึ่งที่จัดซื้อรถประจำตำแหน่งด้วยเหมือนกันคือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หากแต่ต่างยี่ห้อและราคาแตกต่างกัน
"มติชนออนไลน์"ตรวจสอบพบว่า ในช่วงปี 2552 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้จัดซื้อรถประจำตำแหน่งอย่างน้อย 4 คัน คันแรก ยี่ห้อ Mercedes Benz ราคา 3,690,000 บาท จากบริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี จำกัด 3,690,000 บาท เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2552
คันที่สอง ยี่ห้อ Mercedes Benz ราคา 13,198,000 บาท จาก บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2552
คันที่สาม ยี่ห้อ BMW ราคา 3,250,000 บาท จากบริษัท มิลเลนเนียม จำกัด เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2552 คันที่สี่ ยี่ห้อ Toyota Vellfire 2.4 ราคา 3,299,500 บาท จาก บริษัท TSL Auto Corporatiom จำกัด (ที เอส แอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น) เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2552
(น่าสังเกตว่าการจัดซื้อเกิดขึ้นก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2552)
บริษัท เบนซ์ บีเคเค วิภาวดี จำกัด จดทะเบียนวันที่ 15 กรกฎาคม 2540 ทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 64,299,900 บาท ที่ตั้งเลขที่ 99 ซอยวิภาวดีรังสิต 40 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายอนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล ถือหุ้นใหญ่ 62.2% บริษัท บีเคเค แกรนด์ เอสเตท จำกัด 22.2% นางสาวจีนาภักด์ เพ็ชรลือชัย 4.6% นางสุภา ลิขิตพฤกษ์ 3.8% นายเหรียญชัย ลิขิตพฤกษ์ 3.2% นายเหรียญชัย ลิขิตพฤกษ์ นางสุภา ลิขิตพฤกษ์ และนายอนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล เป็นกรรมการ (นายอนุพล เป็นกรรมการ บมจ. บริษัท ภัทรลิสซิ่ง กลุ่มตระกูลล่ำซำเป็นเจ้าของ)
บริษัท ที เอส แอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จดทะเบียนวันที่ 18 พฤศจิกายน 2547 ทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาทที่ตั้งเลขที่ 78/9 หมู่ที่ 1 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายวสันต์ อุดมผลวณิช ถือหุ้น 29.1%นางสาวสุรีย์ภรณ์ อุดมผลวณิช 29.1% นายพรพัฒน์ เหลืองพิพัฒนะกุล 23.3% นางสาวพิไลลักษณ์ อุดมผลวณิช 15% นายจักรดุลย์ เหล่ากุลทรัพย์ 1.6% นายพรศักดิ์ อุดมผลวณิช 1.6% มีนายพรพัฒน์ เหลืองพิพัฒนะกุล นายวสันต์ อุดมผลวณิช น.ส.สุรีย์ภรณ์ อุดมผลวณิช และ น.ส.พิไลลักษณ์ อุดมผลวณิช เป็นกรรมการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า Mercedes Benz ราคา 13,198,000 บาท จาก บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2552 น่าจะเป็น รุ่น เอส 500 ที่บวกอุปกรณ์ครบชุด รวมประกันภัย
อย่างไรก็ตาม การจัดซื้อ เบนซ์ 500 ราคากว่า 13 ล้าน ดูไม่เหมาะสม เพราะมีราคาสูงเกินความจำเป็น เพราะการจัดซื้อรถประจำคณะกรรมการตุลาการ หรือ องค์กรอิสระ เฉลี่ยอยู่ประมาณ 3 ล้านกว่าบาท ทั้งนี้ อาจสะท้อนระเบียบการจัดซื้อภายในที่มีช่องโหว่
ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดที่ 1 (2544 - 2552) ประกอบด้วย
1.ศาสตราจารย์เสน่ห์ จามริก ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
2.ผู้ช่วยศาสตราจารย์จรัล ดิษฐาอภิชัย 3.คุณหญิงจันทนี สันตะบุตร 4.นางสาวนัยนา สุภาพึ่ง 5.ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ประดิษฐ์ เจริญไทยทวี 6.นายวสันต์ พานิช 7.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทิน นพเกตุ 8.นางสุนี ไชยรส 9.คุณหญิงอัมพร มีศุข 10.นาวสาวอาภร วงษ์สังข์
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดที่ 2 (2552 - 2558)
1.น.พ. แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ
2.น.พ. นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุบลราชธานี, ประธานมูลนิธิพิทักษ์ธรรมชาติเพื่อชีวิต 3.นายปริญญา ศิริสารการ อดีตรองประธานสภาอุตสาหกรรม จ.นครราชสีมา, อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ, อดีตสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 4.นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ, ประธานมูลนิธิพัฒนาข้าราชการ 5.พลตำรวจเอก วันชัย ศรีนวลนัด ผู้ช่วย ผบ.ตร. 6.นางวิสา เบ็ญจะมโน ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการ 10) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 7.ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์ อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
ป้ายกำกับ:
กรรมการสิทธิ,
กสม.,
ลูกศิษย์ คิดล้างครู,
สิทธิมนุษยชน,
อมรา พงศาพิชญ์
วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2555
เสื้อแดงบุกไล่'อมรา' ทวงรายงานสลายชุมนุมปี53
เสื้อแดง บุก กสม.ทวงถามรายงานสลายชุมนุมปี 53 ขณะ “อมรา” ออกโรง เผชิญหน้าตอบข้อซักถาม ยันรายงานที่ปรากฏไม่ใช่ฉบับจริง ชี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ คาดแล้วเสร็จภายใน 1–2 เดือน...
วันที่ 29 ส.ค.2555 ที่บริเวณหน้าอาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ได้มีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กว่า 50 คน นำโดย นางพะเยา อัคฮาด มารดาของน้องเกด น.ส.กมลเกด อัคฮาด เดินทางมาขอพบ นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อสอบถามกรณีที่มีการเผยแพร่รายงานผลการตรวจสอบการสลายการชุมนุมปี 53 ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ทางสื่อมวลชน ซึ่งมีเนื้อหาระบุในทำนองว่า คนเสื้อแดงเป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้อื่น เป็นผู้ใช้ความรุนแรง
ขณะที่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะนั้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามสากล ภายใต้กฎหมาย ไม่ถือเป็นการละเมิดสิทธิ เนื่องจากเห็นว่าไม่เป็นธรรมกับคนเสื้อแดง
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนเสื้อแดงที่เดินทางมาชุมนุมต่างก็แสดงอารมณ์โมโห ไม่พอใจกับผลสรุปของรายงานที่อ้างว่าเป็นรายงานของ กสม. โดยมีการตะโกนต่อว่าการทำหน้าที่ของกรรมการสิทธิฯ อยู่ตลอดเวลา ขณะที่รถกระบะที่ติดเครื่องขยายเสียง ก็มีการติดป้ายผ้า ที่เป็นภาพของนางอมราและกรรมการสิทธิฯ ที่เคยนำดอกไม้ไปมอบให้นายอภิสิทธิ์ เมื่อครั้งเป็นรัฐบาล และเมื่อนางอมราลงมาพบกับผู้ชุมนุม พร้อมกับ นางวิสา เบ็ญจมโน นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ผู้ชุมนุมก็กรูเข้าล้อม นางอมรา และคณะ พร้อมกับตั้งคำถามผ่านไมโครโฟนที่พ่วงกับเครื่องขยายเสียง เพื่อให้ผู้ชุมนุมและประชาชนที่มาติดต่อราชการภายในอาคารศูนย์ราชการ ได้รับทราบ สร้างความสนใจให้กับผู้สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก
โดยผู้ชุมนุมต่างก็สับเปลี่ยนกันตั้งคำถามกับนางอมราว่า หาก กสม.ระบุว่ารายงานที่มีการเผยแพร่ไม่ใช่ฉบับจริง ของจริงจะออกเมื่อใด และจากท่าทีของ กสม. ที่ผ่านมาต่อการปกป้องการละเมิดสิทธิคนเสื้อแดง มองว่า กสม.ไม่ให้ความสำคัญกับการปกป้องสิทธิคนเสื้อแดง แต่ให้การปกป้องสิทธิคนเสื้อเหลืองมากกว่า เป็นลักษณะ 2 มาตรฐาน อีกทั้งภาพที่นางอมรานำดอกไม้ไปให้นายอภิสิทธิ์ เมื่อรวมกับรายงานที่มีการเผยแพร่ สะท้อนว่า กสม.ชุดนี้โน้มเอียงเข้าข้างรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และอยากจะถามใจ กสม. การที่มีผลสรุปออกมาว่า ในเหตุการณ์ชุมนุมคนเสื้อแดงใช้ความรุนแรงและเป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้อื่นนั้น คนที่ตายในวัดปทุมฯ ถือว่าถูกละเมิดสิทธิหรือไม่
ซึ่งนางอมราก็ตอบทุกคำถามของคนเสื้อแดง โดยกล่าวว่า ทาง กสม. ไม่ได้มีการบิดเบือนข้อมูล หลังมีรายงานของ กสม. หลุดออกมาก่อนหน้านี้ โดยยืนยันว่ารายงานการสลายชุมนุมปี 53 ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ฉะนั้น รายงานที่หลุดออกมาไม่ใช่รายงานของ กสม. แต่อย่างใด เนื่องจากในรายงานดังกล่าวมีเนื้อหา รายละเอียด ที่ซับซ้อน ดังนั้น กสม.ต้องใช้ความรอบคอบในการตรวจสอบ เพื่อให้รายงานออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด ซึ่งการจะบอกว่าใครถูกละเมิดสิทธิ ก็ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป เพราะแต่ละคนถูกละเมิดสิทธิโดยบุคคลที่แตกต่างกันไป จะไปเหมาไม่ได้ อย่างของ น.ส.กมลเกด ก็โดนละเมิดสิทธิอย่างชัดเจน และยืนยันว่า กสม.ได้พยายามที่จะรักษาสิทธิของผู้ชุมนุมทุกครั้งที่มีการชุมนุม ก็จะออกแถลงการณ์ถึงทุกรัฐบาล ให้คำนึงถึงการปกป้องสิทธิของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมของคนเสื้อเหลืองและคนเสื้อแดง และ กสม.ก็ไม่ได้นำดอกไม้ไปให้นายอภิสิทธิ์เท่านั้น แต่ไปให้รัฐบาลนี้ ไปให้แกนนำคนเสื้อแดง ซึ่งเข้าใจว่า คนเสื้อแดง ได้ข้อมูลเพียงด้านเดียว จึงไม่เข้าใจการทำงานของ กสม.
“เราไม่เคยบอกว่ารัฐบาลไม่ผิด เพราะทุกอย่างต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป การกล่าวหาในลักษณะนี้เท่ากับเป็นการปรักปรำ เพราะก่อนหน้านี้เราไม่เคยทำงานสองมาตรฐาน เราเดินทางไปเยี่ยม นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ ที่เคยถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ รวมทั้งยังเดินสายไปพบปะทุกฝ่าย ยืนยันว่าไม่เลือกปฏิบัติ” นางอมรา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวต่อว่า กสม.ทำงานอย่างตรงไปตรงมา เต็มความสามารถ แต่ที่รายงานดังกล่าวออกมาล่าช้า เพราะมีเนื้อหาที่ยากและซับซ้อน กสม.จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ เป็นกลาง และโปร่งใส พร้อมทั้งจะเร่งพิจารณารายงานดังกล่าวออกไปสู่สาธารณชนโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ผู้ชุมนุมได้พยายามที่จะชี้ให้เห็นว่า นางอมราไม่เหมาะที่จะดำรงตำแหน่งประธาน กสม. เพราะทั้งมีอคติกับคนเสื้อแดงอยู่แล้ว เนื่องจากสมัยที่เป็นอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยเป็นแกนนำล่ารายชื่อไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกจากตำแหน่งนายกฯ ในขณะนั้น และเมื่อมาเป็นประธาน กสม. ก็ล่าช้าในการตรวจสอบเรื่องต่างๆ โดยผู้ชุมนุมก็ต่างตะโกนว่า อยู่จนหัวหงอกแล้วทำอะไรไม่ได้แล้วจะอยู่ทำไม ไม่ลาออกไป
ซึ่งนางอมรา ก็กล่าวว่า ขณะที่เป็นอาจารย์ไม่เคยเป็นแกนนำไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะนั้นที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นั้นทำจดหมายเปิดผนึกถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนเรื่องลาออกนั้น คณะกรรมการสิทธิฯ มีกรรมการรวม 7 คน ข้อเรียกร้องเรื่องนี้กรรมการทั้ง 7 คนต้องช่วยกันพิจารณา จะออกมาอย่างไรก็ไม่ทราบ
โดยนางพะเยา ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่า รายงานที่มีการเผยแพร่ขณะนี้ เป็นความตั้งใจของ กสม. ที่ให้มีการรั่วไหลออกมา เพื่อเป็นการชี้นำสังคม เพราะอีกไม่นาน คอป. จะมีการสรุปรายงานมาแล้ว ซึ่งหาก กสม. ยังยืนยันว่า รายงานฉบับจริงยังไม่แล้วเสร็จ ส่วนตัวในฐานะที่รอก็เห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเห็นรายงานฉบับนี้แล้ว เพราะตราบใดที่นางอมรา ยังคงทำหน้าที่เป็นประธาน กสม. เชื่อว่าคงไม่มีความเป็นธรรมและเป็นกลางให้แก่สิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ตนก็ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อรัฐบาล เพื่อให้กำชับไปยังกองทัพ ว่า อย่ามาชี้นำดีเอสไอ ในการทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีการชุมนุมคนเสื้อแดง
ส่วน นพ.นิรันดร์ กล่าวว่า รายงานที่มีการเผยแพร่ไม่ใช่ของจริง และที่ กสม.ทำก็ไม่เคยมีการตั้งคณะอนุกรรมการ 9 ชุด อย่างที่ปรากฏเป็นข่าว และเนื้อหาก็ไม่ตรงกับฉบับจริง อีกทั้งการพิจารณาของ กสม. ก็ไม่จำเป็นต้องรอรายงานฉบับสุดท้ายของ คอป. เพราะไม่สามารถนำมาพิจารณาร่วมกันได้
ทั้งนี้ ในรายงานของ กสม. จะเป็นการสรุปผลในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิ รวมทั้งจะมีข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล เพื่อให้เยียวยาต่อไป ซึ่งเวลานี้ กสม. กำลังเร่งพิจารณา เชื่อว่าภายใน 1 – 2 เดือนนี้จะแล้วเสร็จ.
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นางอมรา และกรรมการสิทธิฯ ได้ตอบข้อซักถามของกลุ่มคนเสื้อแดงเสร็จ กลุ่มคนเสื้อแดง ก็ได้นำดอกไม้จันท์ มามอบให้กับนางอมรา และคณะกรรมการสิทธิฯ ด้วย
กลับไปหน้าบลอกนี้
ป้ายกำกับ:
กรรมการสิทธิ,
กสม.,
ลูกศิษย์ คิดล้างครู,
สิทธิมนุษยชน,
อมรา พงศาพิชญ์
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







